จิตใจ...

posted on 27 Jul 2009 10:12 by cuteeggii

"ยิ่งแก่ก็ยิ่งเรื่องเยอะ" หรือ "ยิ่งอายุมากก็มากเรื่อง" มันคงจะจริงเสียแล้ว

พอหันมาดูตัวเองอีกทีอายุที่เพิ่มมากขึ้น บางครั้ง มันไม่ได้ช่วยให้ฉันมีความสุขมากขึ้นเท่าใดนัก

แต่ฉันเข้าใจว่าไม่มีใครที่จะสุขตลอดไปหรือทุกข์ตลอดไปได้อย่างถาวร

ทุกๆคืนหลังเวลาล่วงเลยไป ใกล้ๆจะตีหนึ่ง ฉันจะปิดคอมพิวเตอร์ที่ฉันเพิ่งทำงานเสร็จ

เดินไปเข้าห้องน้ำ ล้างเท้า ดื่มน้ำ และเข้านอน นั่นคือกระบวนการทั้งหมดก่อนเข้านอน

แต่ในบางครั้ง ก็เพิ่งจะเปิดน้ำอาบฝักบัวกันหลังเที่ยงคืน

ฉันมักจะเเอบทำตัวอยู่แบบลับๆล่อๆเวลากลางคืน เพราะทุกคนเข้านอนหมดแล้ว

บางครั้งก็หิวจนรู้สึกว่าน้ำย่อยในกระเพาะมีความเร็วหลายกิโลเมตรต่อชั่วโมง มันสาดซัดไปมาถาโถม

จนฉันรู้สึกว่า "แม่ง...หิวชิบเป๋งเลยว่ะ" แต่ว่าก็แปรงฟันไปแล้วไม่อยากกินอะไรต่อ อีกอย่างถ้ากินเข้าไป

แล้วไปนอนฉันมักจะมีอาการอาหารไม่ย่อยเป็นประจำ เลยไม่กินซะเลยแล้วพยายามนอนทั้งๆที่หิว  โครกกกกก

เสียงท้องมันร้องตอนฉันกำลังห่มผ้านวมสีฟ้าที่แม่ซื้อมาใหม่

ฉันมีหมีน้อยสองตัวตัวหนึ่งตั้งแต่ป.สี่โน่น ฉันสอยดาวได้รางวัลมาใต้เท้ามันปักคำว่าเซลทัลเป็นภาษาอังกฤษไว้

อีกตัวหนึ่งฉันได้มาตอนม.สี่ เพื่อนๆรวมเงินกันซื้อให้ แต่ไม่รู้นอนกอดมันยังไง แขนมันทะลุมีใยสังเคราะห์หลุด

ออกมาด้วย.......แต่ฉันก็รักมันทั้งคู่ นอนกอดมันจนกระทั่งอายุปาเข้าไปเลขสองกว่า

ถึงแม้จะมีหมีน้อยและผ้าห่มผืนใหม่ แต่ฉันก็ไม่เคยนอนหลับอย่างง่ายดายซักครั้ง

ฉันทำตาปรือๆ แล้วก็หรี่ตาบ้าง เพ่งบ้างสลับกันไปตอนจ้องนาฬิกาที่ติดอยู่บนกำแพงในห้องว่ามันกี่โมงแล้ว

"อ่าว.......จะตีสองแล้วนี่หว่า" ก็นึกในใจอีกว่า "ต้องตื่นเช้าตั้งตีห้าครึ่ง ป่านนี้แล้วกุยังไม่หลับอีก แล้วจะตื่นไหว

เหรอเนี่ย?"  

มาถึงตอนนี้ฉันก็ยังคงคิดอะไรต่อไปเรื่อยๆ คิดถึงงาน คิดถึงสิ่งรอบข้าง คิดว่าฉันจะสวดมนต์ตอนเช้า คิดว่า

โลกมันจะร้อนไปไหนเนี่ย........คิดไปเรื่อยๆ จนฉันวกกลับมาคิดถึงเรื่องเก่าๆ

ฉันนึกถึงคนที่ฉันชอบคนแรก แต่ฉันก็ได้แต่ชอบอยู่เงียบๆ ฉันเคยมีแฟนหนึ่งครั้งแต่มันก็เหมือนอารมณ์เด็กๆชั่ว

วูบ ผิวเผิน ฉันมานึกสงสารคนที่ฉันเคยคบด้วยเพราะว่า ฉันมีเวลาให้ครอบครัวมากกว่าหลายล้านเท่า จนฉันไม่

เคยไปดูหนังหรือทำอะไรอย่างที่คนอื่นๆเขาทำกัน แต่พอคิดดูอีกทีเขาก็ไม่ได้ชวนฉันเหมือนกัน มันก็เป็นซะ

แบบนี้ ในตอนม.ปลาย เพื่อนๆมักจะคิดว่า "แหมดีจัง ไอ้คู่นี้มันมีอะไรเหมือนๆกัน" ฉันก็เคยคิด

แต่ว่าในความรู้สึกลึกๆแล้วมันไม่ใช่เลยซักนิด ฉันเพียงแค่พยายามทำอะไรก็ได้ให้เรามีอะไรที่เหมือนกัน........

นั่นเป็นสิ่งที่น่าเศร้าอยู่เหมือนกัน เพราะการเข้ากันได้ มันต้องเป็นไปโดยธรรมชาติสิจริงมั๊ย? เราหยุดความ

สัมพันธ์ไว้ที่ก่อนจบม.หก ฉันเศร้าเสียใจแต่ก็มีความรู้สึกแปลกๆเหมือนกับว่า ปมที่ฉันมัดอยู่ได้คลายออกไปแล้ว

ฉันก็รู้สึกโล่งใจปนกันไปด้วย

ตอนนี้ฉันปีสี่แล้วอายุเพิ่มขึ้นคิดอะไรได้มากขึ้น ฉันว่าการที่เราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้นั้น นอกจากจะมาจาก

การสั่งสอนแล้ว มันขึ้นอยู่กับการคิดทบทวนเกี่ยวกับตัวเองด้วยเหมือนกันแฮะ

ฉันเหงา ฉันต้องการกำลังใจจากใครสักคน ฉันรู้และเข้าใจว่าแรงผลักดันที่สำคัญมาจากครอบครัวเป็นหลัก

แต่ฉันคิดว่า......ไม่รู้สิ มันอาจจะไม่พอก็เป็นได้ บางครั้งเราก็มีภาระหรืออะไรบางอย่าง ที่ต้องการจะระบายออก

แต่ฉันไม่รู้ว่า หนทางที่ฉันจะระบายออกมันอยู่ที่ไหนกัน อยากให้ใครซักคนช่วยรับฟังฉันที

ฉันมีนิสัยที่เสีย ก็คือ ฉันมักจะชอบคนได้ง่าย แต่ฉันไม่เคยบอกใคร ไม่เคยแสดงความรู้สึก ไม่เคยทำอะไร

ที่จะสื่อได้ว่า ฉันชอบเธอนะ เพราะฉันชอบที่จะคุยเฮฮาแบบเพื่อนมากกว่า เพราะอะไรนะ?  ไม่รู้เหมือนกัน....

เวลาฉันเศร้ามากๆ เวลาฉันอยากร้องไห้ ฉันจะเปิดประตูห้องของฉัน เข้าไป ปิดประตูและล็อค

ฉันนั่งบนพื้นเงียบๆคนเดียวแล้วก็ร้องไห้เงียบๆคนเดียว เสร็จแล้วฉันก็ออกจากห้องไปล้างหน้า แล้วฉันก็ทำตัว

ตามปกติ  ฉันไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น แต่ถ้ามันจะไม่ไหวจริงๆ อย่างมากก็น้ำตาซึมเฉยๆ ฉันไม่รู้ว่า จะร้องไห้ โฮๆ

ได้ยังไง...... ไม่เคยจริงๆ 

หลังจากนอกเรื่องคิดเรื่องเก่ามานาน ฉันก็หลับไปทั้งน้ำตาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

พอเสียงโทรศัพท์ตั้งปลุกตีห้าครึ่ง ฉันรีบกระโดดมากดปิดทันที เพราะนอนห้องเดียวกับพี่สาว เดี๋ยวเขาจะตื่น

ฉันก็สงสารพี่เพราะเรียนป.โท ทำงานกลับสามทุ่มทุกวัน ออกจากบ้านหกโมงเช้า เห็นแล้วเหนื่อยเเทน

ฉันเดินออกมาจากห้อง มาตระเตรียมอาหารไว้ให้คนที่กำลังจะออกจากบ้านก่อนหกโมงครึ่งนั่นก็คือ พี่สาว น้อง

ชาย และพ่อ ฉันพอทำอะไรกินได้บ้างนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ซื้อกับข้าวมาไว้ ผสมๆกันไปกินประทังชีวิต

 หลังจากนั้นก็จะจัดการใหม่ ให้คนที่กำลังจะมีกินรอบสองคือ ฉัน แม่ และพี่ชาย สิ่งเหล่านี้คือกิจกรรมประจำชีวิต

ฉันไปมหาลัยห้าวันวันไหนรีบกลับได้ก็รีบเพราะเเม่ฉันอยู่บ้านคนเดียว ฉันห่วงแม่มากๆ ใครจะเป็นไงก็ช่าง

ขอฉันกลับมาหาแม่ก่อน วันไหนกลับมาบ่ายๆ ก็จะซื้อของกินเข้าบ้านมาด้วยมานั่งกินกับแม่ แล้วก็คุยกัน

อายุห้าสิบสอง แต่หน้านิ้งจนคนนึกว่าอายุสี่สิบต้นๆ นั่นคือแม่ของฉัน ฉันนึกอิจฉาแม่ จะสวยไปไหน แต่สังขาร

นี่สิไม่น่าอิจฉาเอาซะเลย ไหงมันไม่สาวไปตามหน้าล่ะนั่น ฉันจึงห่วงแม่มากด้วยประการละฉะนี้

"ยิ่งแก่ก็ยิ่งเรื่องเยอะ" จริงแท้แน่นอน เพราะว่าคนเรามีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง

เทอมนี้เรียนก็หนักมาก สอบกลางภาคก็โดนเชือดตายคาห้องสอบมาแล้ว เทอมโปรเจคยืนรอทำตาปริบๆ

อยู่อีกสามตัว ฉันก็ได้แค่ยืนเหงื่อตกใส่มัน อยากร้องไห้จริงๆ

----------------------------------------------------------------------------

คนที่เหงาคนหนึ่ง นั้นรอใครจะมาเข้าใจ

.............................................

 ---------------------------------------------------------------------------

ลาก่อน

edit @ 27 Jul 2009 11:25:55 by ไข่น้อยน่ารัก...Eggii

Comment

Comment:

Tweet

This process starts with five fundamental concepts; the accounting entity, going concern, accounting period.

#10 By BMW 323 Steering Pump (122.168.21.99) on 2012-03-28 18:17

กลับมายังน้อ

#9 By KaTTo-+tOdA on 2009-08-28 12:40

ชีวิต ต้องสู้ น้า อยากได้ ความชื่นบานก็แวะมาเยี่ยมเพื่อนๆ
ในบล็อคบ้างเด้อ มีไร กลุ้มๆ ก็มาเล่าให้กันฟังอีก surprised smile

#8 By p.cobra on 2009-07-30 01:52

ผมก็ไม่มีความสามารถมากพอที่จะให้คำแนะนำ
ที่ถูกต้องได้ซะด้วยสิครับ ......

#7 By Mr_Nut /(- 3 -)\ on 2009-07-27 21:14

สุดท้ายก็ต้องอยู่่กับตัวเอง
มีสิ่งที่เป็นโลกส่วนตัว
แล้วความสุขจากคนรอบข้างค่อยเป็นเรื่องถัดมา..

#6 By wesong on 2009-07-27 20:47

ค่อยเป็นค่อยไปค่ะคุณไข่น้อย..
บางช่วงจังหวะ..
มันก็นึกแบบนี้ขึ้นมาเอง
เป็นกับเกือบทุกคน

แต่การที่เราคิดอะไรๆได้ ย่อมหมายถึงเรามีเหตุผลให้กับชีวิตและพร้อมที่จะเผชิญกับมัน..

เป็นเรื่องดีนะคะ แม่ปันปรายว่า

big smile big smile

#5 By PunPrai on 2009-07-27 20:22

big smile อยู่ี่นี่ต่อเถอะ นะๆ

#4 By on 2009-07-27 16:33

มีเรื่องอึดอัดอะไรก็ไปเล่าให้ใครก็ได้ฟัง คนฟังอาจจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยการที่เราเล่าให้ใครซักคนฟัง มันก็ช่วยเราได้มากแล้ว big smile
เป็นกำลังใจให้ห่างๆ ขอให้พ้นเรื่องอึดอัดไปได้เร็วๆ

#3 By berserkrabbit on 2009-07-27 14:19

พอเข้าใจสภาพครับ

บางครั้ง วัยวุฒฺ และ คุณวุฒิ แทนที่จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ในบางครั้ง มันกลับยิ่งทำให้เราสับสนยิ่งกว่า

แต่ยังไงก็จะรอสักวันหนึ่ง ผมเชื่อ ว่าเข็มวินาที บนหน้าปัดนาฬิกา จะต้องวนมาถึงเวลาของเรา สักวันครับbig smile
พยายามเข้านะครับ แต่อย่าฝืน ลองปล่อยวางเรื่องบางเรื่องก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้ครับ

big smile open-mounthed smile confused smile

#1 By นายแอปเปิ้ล on 2009-07-27 11:31